บทที่ 4 หน้าหลัก
บทที่ 4.2 · การกำหนดราคาขั้นสูง
Ajarn.Kwan @ เศรษฐศาสตร์ รามคำแหง
← กลับบทที่ 4 บทที่ 4 4.2
SECTION 4.2

การกำหนดราคาขั้นสูง (Price Ceiling)

ราคาในตลาดสูงขึ้นมาก คนบ่นกันทั้งประเทศ → รัฐบาลออกกฎ "ห้ามขายเกินราคานี้"
ฟังดูเหมือนจะช่วยคนได้จริง ๆ ใช่มั้ย? บทนี้จะพาไปดูว่า มันช่วยจริงหรือแค่ดูเหมือนช่วย

① ลองคิดตามสถานการณ์

ย้อนกลับไปช่วงโควิดปี 2020

ต้นปี 2020 คนแห่ซื้อหน้ากากอนามัย ร้านขายดียิ่งขึ้น ราคาจาก กล่องละ 50 บาท → ถีบไปเป็น 150–300 บาท ประชาชนด่าว่าแพงเกินเหตุ รัฐบาลต้องทำอะไรสักอย่าง

ถ้าคุณเป็นรัฐมนตรี คุณออกกฎว่า: "ร้านค้าห้ามขายหน้ากากอนามัยเกินกล่องละ 30 บาท" ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป

💭 Quick Thinking
พรุ่งนี้ คุณเดินไปหน้าร้าน 7-Eleven จะเจอหน้ากากกล่องละ 30 บาท วางเรียงเต็มชั้นให้ซื้อมั้ย?

คำตอบคือ C และ D ทั้งคู่ถูก — นี่คือ paradox ที่น่าสนใจของราคาขั้นสูง

เมื่อรัฐบังคับราคาที่ ต่ำกว่า ที่ตลาดยอมรับ:
🔹 ผู้ผลิต — ไม่อยากผลิตออกมาขาย (ขายแล้วได้น้อย สู้เก็บไว้ดีกว่า)
🔹 ผู้บริโภค — อยากซื้อมากขึ้น เพราะราคาถูก
🔹 ผลลัพธ์ — ของขาดแคลน (Shortage) คนต่อแถว คนไม่ได้ซื้อ
🔹 ตลาดมืด — คนที่อยากได้จริง ๆ ยอมจ่ายแพงกว่า 30 ใต้โต๊ะ

นี่ไม่ใช่ว่ารัฐทำผิด — แต่เป็นผลข้างเคียงที่ต้องเข้าใจ ว่าทำไมการกำหนดราคา "เพื่อช่วยคน" จึงมักกลายเป็นการ "ทำให้หาของยากขึ้น"

② ทดลองด้วยตัวเอง

เลื่อนราคาขั้นสูง — ดูว่าเกิดอะไรขึ้น

ใช้เส้น D และ S เดียวกับบทที่แล้ว (P* = 3, Q* = 60k) — ลองลาก sliderเพื่อกำหนด "ราคาขั้นสูง" ที่รัฐบังคับ แล้วสังเกตดู

🔬 LAB — Price Ceiling Simulator
ลองทำ 2 อย่าง: (1) ตั้ง ceiling ไว้สูงกว่า 3 บาท แล้วดูว่ามีผลมั้ย (2) ตั้งไว้ต่ำกว่า 3 บาท แล้วเทียบ
฿ 1.50
💭 Think
ถ้ารัฐตั้งราคาขั้นสูงที่ 5 บาท (สูงกว่าดุลยภาพ 3 บาท) จะเกิดอะไรขึ้น?
③ สรุปทฤษฎี
★ Core Theory

Price Ceiling (ราคาขั้นสูง)

ราคาสูงสุดที่รัฐบาลกำหนด "ห้ามขายเกิน" — ตั้งใจจะช่วยผู้บริโภคที่เดือดร้อนกับราคาตลาดที่สูง

กฎทองที่ต้องจำ:
→ ถ้า P̄ ≥ P* (สูงหรือเท่าดุลยภาพ) = ไม่มีผล (non-binding)
→ ถ้า P̄ < P* (ต่ำกว่าดุลยภาพ) = มีผล (binding) → เกิด Shortage

เมื่อ binding: Excess Demand = Qᴅ(P̄) − Qˢ(P̄) → ของขาด ต่อแถว ตลาดมืด

④ ผลข้างเคียงในโลกจริง

อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อของขาด?

⚠️ Unintended Consequences

ตลาดมืด (Black Market)

เมื่อ "ของในตลาดถูกต้อง" มีไม่พอ แต่คนยังอยากได้ — จะเกิดตลาดใต้ดินที่ขายสินค้านี้ในราคาแพงกว่า
ผู้ซื้อในตลาดมืดจะจ่ายราคา "ที่ตลาดยอมรับจริง ๆ" ซึ่งสูงกว่าทั้งราคาดุลยภาพเดิมเสียอีก — เพราะผู้ขายต้องเสี่ยงถูกจับ

ตัวอย่างจริงที่เคยเกิดขึ้น

😷หน้ากากอนามัยช่วงโควิด
รัฐตั้งเพดาน 2.50 บาท/ชิ้น (ปี 2020) ผลคือ: ร้านขายของไม่สต๊อก ต้องซื้อในกลุ่ม Facebook ราคา 10–20 บาท/ชิ้น หรือรอคิวจองแอป
ราคาน้ำมันในเวเนซุเอลา
รัฐควบคุมราคาน้ำมันให้ถูกที่สุดในโลก — แต่ปั๊มน้ำมันหลายแห่งไม่มีน้ำมัน คนต่อแถวเป็นวัน บางคนจ่ายใต้โต๊ะเพื่อแซงคิว
🏠Rent Control (ค่าเช่าบ้าน)
New York / Hong Kong — รัฐจำกัดค่าเช่าได้ไม่เกินเท่านี้ ผลคือเจ้าของปล่อยให้ตึกโทรม ไม่ปรับปรุง และผู้เช่าใหม่หาห้องว่างไม่ได้

ในหนังสือเรียน ทางแก้ที่รัฐบาลมักทำควบคู่กัน คือ การปันส่วนสินค้า (Rationing) เช่น แจกคูปอง 1 คน/1 ชิ้น หรือ การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มอุปทานชดเชยของขาด

⑤ คำนวณ Excess Demand

ตัวอย่างจากหนังสือ

📝 โจทย์: สินค้าชนิดหนึ่งมี...
อุปสงค์: Qᴅ = −5P + 30
อุปทาน: Qˢ = 16 + 2P

ถ้ารัฐกำหนดราคาขั้นสูง P̄ = 1 บาท/หน่วย จะเกิดอะไรขึ้น?

ขั้นที่ 1 — หา P* ก่อน (ต้องรู้ก่อนว่าตลาดปกติอยู่ที่เท่าไหร่)
Qᴅ = Qˢ
−5P + 30 = 16 + 2P
14 = 7P
P* = 2 บาท/หน่วย → Q* = 20 หน่วย
ขั้นที่ 2 — ตรวจว่า P̄ binding หรือไม่
P̄ = 1 < P* = 2 → Binding! (ต่ำกว่าดุลยภาพ → มีผล)
ขั้นที่ 3 — แทน P̄ = 1 เข้าไปในสมการ D และ S
Qᴅ(1) = −5(1) + 30 = 25 หน่วย (คนอยากซื้อ)
Qˢ(1) = 16 + 2(1) = 18 หน่วย (คนอยากขาย)
ขั้นที่ 4 — หา Excess Demand
Excess Demand = Qᴅ − Qˢ
= 25 − 18
= 7 หน่วย (ของขาด)
ทุกคนอยากซื้อ 25 แต่ตลาดมี 18 → 7 คนต้องกลับบ้านมือเปล่า หรือไปซื้อตลาดมืด
⑥ ลองทำด้วยตัวเอง

📝 โจทย์ของคุณ

อุปสงค์: Qᴅ = 120 − 20P
อุปทาน: Qˢ = 10P

รัฐตั้งราคาขั้นสูง P̄ = 2 บาท/หน่วย จงหา Excess Demand (ของขาดกี่หน่วย)

หา P* ก่อน
120 − 20P = 10P
120 = 30P
P* = 4 บาท
ตรวจว่า P̄ = 2 binding หรือไม่
P̄(2) < P*(4) → Binding ✓
แทน P̄ = 2
Qᴅ = 120 − 20(2) = 80 หน่วย
Qˢ = 10(2) = 20 หน่วย
Excess Demand
= Qᴅ − Qˢ = 80 − 20 = 60 หน่วย
🎯 สรุป Key Takeaways

4 ข้อที่ต้องจำ

  • Price Ceiling = ราคาที่ห้ามขายเกิน — ตั้งใจช่วยผู้บริโภค
  • มีผล (binding) เฉพาะเมื่อตั้งไว้ ต่ำกว่า ดุลยภาพเท่านั้น
  • ผลลัพธ์คือ Excess Demand → ของขาด ต่อแถว ตลาดมืด
  • วิธีแก้: ปันส่วน (rationing), นำเข้าสินค้า, หรือยกเลิกการตรึงราคา
🔗 เชื่อมไปบทต่อไป
เราเพิ่งเห็นว่ารัฐช่วยผู้บริโภคด้วยการตรึงราคาต่ำ → ของขาด
แล้วถ้ารัฐอยากช่วย ผู้ผลิต (เกษตรกร) ด้วยการตรึงราคา สูง กว่าตลาดล่ะ? จะเกิดอะไรขึ้น? → ไปต่อ 4.3 ราคาขั้นต่ำ