บทที่ 4 หน้าหลัก
บทที่ 4.1 · ราคาดุลยภาพ
Ajarn.Kwan @ เศรษฐศาสตร์ รามคำแหง
← กลับบทที่ 4 บทที่ 4 4.1
SECTION 4.1

ราคาดุลยภาพ (Equilibrium Price)

ในบทที่ 3 เราเจอเส้น อุปสงค์ (D) และเส้น อุปทาน (S) แยกกัน ในบทนี้ เราจะเอาทั้งสองเส้นมาไว้ในกราฟเดียว แล้วดูว่าราคาในตลาด ถูกกำหนด ขึ้นได้อย่างไร โดยไม่มีใครสั่ง

① ถามก่อนเรียน

ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านขนมปัง...

คุณเปิดร้านใหม่ วันแรกตั้งราคาขนมปังชิ้นละ 100 บาท ผลคือ — ผ่านไป 3 ชั่วโมง ขนมปังเหลือเต็มถาดเลย ยังไม่มีใครซื้อเลยสักชิ้น!

💭 Quick Thinking
คุณจะทำยังไงต่อ?

ในทางกลับกัน ถ้าคุณตั้งราคา 5 บาท — ยังไม่ทันเปิดร้าน คนมาต่อแถวเป็นกิโล! ของหมดใน 10 นาที คุณจะทำยังไง?

💭 Quick Thinking
ถ้าเจอสถานการณ์นี้ คุณจะ...

สังเกตมั้ย? — ทั้งสองสถานการณ์ที่คุณเจอ มีแบบแผนเดียวกัน:

🔴 ราคาสูงเกินไป → ของเหลือ → ผู้ขายอยากลดราคา
🔵 ราคาต่ำเกินไป → ของขาด → ผู้ขายอยากขึ้นราคา

แปลว่า... มันต้องมีราคา "ตรงกลาง" ที่คนขายไม่อยากลด ไม่อยากขึ้น และของไม่เหลือ ไม่ขาด
นั่นแหละ — ราคาดุลยภาพ (Equilibrium Price) ที่เรากำลังจะไปเจอกัน

② ลองด้วยตัวเอง

ห้องทดลอง: ตลาดสินค้า X

สมมติในตลาดมีผู้ซื้อ 2 คน ผู้ขาย 2 คน ตารางด้านล่างแสดงว่า — ที่ราคาแต่ละระดับ คนอยากซื้อเท่าไหร่ (D) และคนอยากขายเท่าไหร่ (S)

🔬 LAB 1 — คลิกแต่ละราคาดู
เป้าหมาย: หาราคาที่ "ปริมาณซื้อ = ปริมาณขาย" พอดี (ไม่มีของเหลือ ไม่มีของขาด)
ราคา
(บาท)
ผู้ซื้อ 1 ผู้ซื้อ 2 Qᴅ
รวม
ผู้ขาย 1 ผู้ขาย 2
รวม
503080110100150250
40409013080120200
30501001506090150
20601101704060100
1070120190203050

คำตอบคือ 30 บาท/หน่วย — ที่ราคานี้:
• ปริมาณที่คนอยากซื้อ = 150 หน่วย
• ปริมาณที่คนอยากขาย = 150 หน่วย
ตลาด เคลียร์ตัวเอง พอดี ไม่มีใครผิดหวังจากการไม่ได้ซื้อ และไม่มีใครเหลือสินค้าขายไม่หมด

สังเกต pattern: เมื่อราคาสูงขึ้น (40, 50) → คนอยากขายเยอะแต่คนอยากซื้อน้อย (ของล้น) เมื่อราคาต่ำลง (10, 20) → คนอยากซื้อเยอะแต่คนอยากขายน้อย (ของขาด)

③ มาดูทฤษฎีกัน
★ Core Theory

ราคาดุลยภาพ (Equilibrium Price)

ในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ราคาถูกกำหนดโดย จุดที่เส้น D กับเส้น S ตัดกัน — จุดนี้คือจุดที่ปริมาณซื้อ (Qᴅ) เท่ากับ ปริมาณขาย (Qˢ) พอดี

ณ ดุลยภาพ: Qᴅ = Qˢ
→ ได้ราคา P* และปริมาณ Q*

ตราบใดที่ D และ S ยังไม่เปลี่ยน ราคานี้ ไม่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย "พอใจ" ที่ซื้อขายในราคานี้

แล้วถ้าราคา ไม่ใช่ ราคาดุลยภาพล่ะ?

สมมติราคาในตลาดเผลอหลุดไปสูงกว่าดุลยภาพ หรือต่ำกว่า — จะเกิดอะไรขึ้น? ลองเล่นกับกราฟด้านล่าง เลื่อนราคาขึ้นลง ดูเลย

🔬 LAB 2 — เลื่อนราคาดู
ใช้ Demand: Qᴅ = 120,000 − 20,000P | Supply: Qˢ = 20,000P · เลื่อน slider เพื่อเปลี่ยนราคา แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น
฿ 3.00
💭 Think
ถ้าราคาขณะนี้คือ 4 บาท (สูงกว่าดุลยภาพ) จะเกิดอะไรขึ้นในตลาด?
④ คำศัพท์ที่ต้องรู้

Excess Supply & Excess Demand

📘 Excess Supply (อุปทานส่วนเกิน)
เกิดเมื่อ ราคา > ดุลยภาพ → ผู้ขายอยากขายเยอะ แต่ผู้ซื้ออยากซื้อน้อย
Excess Supply = Qˢ − Qᴅ
ตัวอย่าง: ของเหลือในสต๊อก, สินค้าค้าง
📕 Excess Demand (อุปสงค์ส่วนเกิน)
เกิดเมื่อ ราคา < ดุลยภาพ → ผู้ซื้ออยากซื้อเยอะ แต่ผู้ขายอยากขายน้อย
Excess Demand = Qᴅ − Qˢ
ตัวอย่าง: ของขาดแคลน, ต่อแถวยาว, ตีตั๋ว

สิ่งที่น่าสนใจคือ — ทั้งสองสถานการณ์จะ ไม่อยู่นาน เพราะ:
• ของล้น → ผู้ขาย ลดราคา → ราคาค่อย ๆ ลดลงสู่ดุลยภาพ
• ของขาด → ผู้ซื้อ เสนอราคาสูงขึ้น → ราคาค่อย ๆ ขึ้นสู่ดุลยภาพ

นี่คือสิ่งที่ Adam Smith เรียกว่า "มือที่มองไม่เห็น" (Invisible Hand) — กลไกตลาดจะดึงราคากลับไปที่ดุลยภาพเสมอ โดยไม่ต้องมีใครสั่ง

⑤ คำนวณทางคณิตศาสตร์

หาราคาดุลยภาพจากสมการ

ถ้าโจทย์ให้สมการ D และ S มา เราหา P* และ Q* ยังไง? ลองดูตัวอย่างนี้ไปพร้อมกัน:

📝 โจทย์: สินค้าชนิดหนึ่งมี...
อุปสงค์: Qᴅ = 120,000 − 20,000P
อุปทาน: Qˢ = 20,000P

ขั้นที่ 1 — ตั้งเงื่อนไขดุลยภาพ
ที่จุดดุลยภาพ ปริมาณซื้อ = ปริมาณขาย
Qᴅ = Qˢ
ขั้นที่ 2 — แทนสมการลงไป
120,000 − 20,000P = 20,000P
ขั้นที่ 3 — แก้หา P
120,000 = 40,000P
P = 120,000 / 40,000
P* = 3 บาท/หน่วย
ขั้นที่ 4 — แทน P กลับเพื่อหา Q
เลือกแทนในสมการไหนก็ได้ ผลจะเท่ากัน (เพราะเป็นจุดที่ทั้งคู่เท่ากันอยู่แล้ว)
Qˢ = 20,000 × 3 = 60,000
Qᴅ = 120,000 − 20,000(3) = 60,000 ✓
Q* = 60,000 หน่วย
⑥ ลองทำด้วยตัวเอง

📝 ลองแก้โจทย์นี้ดู

อุปสงค์: Qᴅ = 150 − 50P
อุปทาน: Qˢ = 60 + 40P

จงหาราคาดุลยภาพ (P*) และปริมาณดุลยภาพ (Q*)

ตั้ง Qᴅ = Qˢ
150 − 50P = 60 + 40P
แก้หา P
150 − 60 = 40P + 50P
90 = 90P
P* = 1 บาท/หน่วย
แทนกลับหา Q
Qˢ = 60 + 40(1) = 100 หน่วย
ตรวจ: Qᴅ = 150 − 50(1) = 100 ✓
🎯 สรุป Key Takeaways

จำ 4 ข้อนี้พอ

  • ราคาดุลยภาพ (P*) คือจุดที่ D ตัด S — ตลาดจะอยู่ที่จุดนี้ถ้า D และ S ไม่เปลี่ยน
  • ราคาสูงเกิน → Excess Supply (ของล้น) → ราคาลดลงสู่ดุลยภาพ
  • ราคาต่ำเกิน → Excess Demand (ของขาด) → ราคาขึ้นสู่ดุลยภาพ
  • วิธีหา P*, Q* ทางสมการ: ตั้ง Qᴅ = Qˢ แก้หา P แล้วแทนกลับเพื่อหา Q
🔗 เชื่อมไปบทต่อไป
ในโลกจริง รัฐบาลไม่ได้ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานเสมอไป — บางครั้งเข้ามาแทรก เช่น
• "ห้ามขายเกินราคานี้" (ราคาขั้นสูง)
• "ต้องขายราคานี้ขึ้นไป" (ราคาขั้นต่ำ)
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับ Excess Supply/Demand ที่เราเพิ่งเรียนรู้? → ไปต่อที่ 4.2!