บทที่ 6 · หัวข้อ 6.5
Expansion Path
& ต้นทุนระยะยาว (LTC)
ถ้ามีเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จุดดุลยภาพจะเลื่อนไปทางไหน? แล้วเชื่อมโยงไปเส้นต้นทุนยังไง?
ขั้นที่ 1
ถ้ามีเงินเพิ่ม จุดดุลยภาพเลื่อนไปไหน?
จาก 6.4 เรารู้ว่าจุดดุลยภาพ = Isoquant สัมผัส Isocost ถ้าต้นทุนเพิ่ม (ราคาปัจจัยคงที่) → Isocost เลื่อนขนานออก → สัมผัส Isoquant เส้นสูงขึ้น
EXPANSION PATH — ค่อย ๆ ดู
กด "ถัดไป →" เพื่อเริ่ม
? คำถามที่ 1
Expansion Path คืออะไร?
✓ เชื่อมจุดดุลยภาพ!
ทุกจุดบน Expansion Path คือจุดที่ MPL/PL = MPK/PK
ทุกจุดมี slope ของ Isoquant เท่ากัน (= −PL/PK) → Expansion Path จึงเป็น Isocline ด้วย
ขั้นที่ 2
💰 จาก Expansion Path → เส้น LTC
จาก Expansion Path เรารู้ว่า: ผลผลิต Q₁ ใช้ต้นทุน C₁, ผลผลิต Q₂ ใช้ต้นทุน C₂, ... เอาคู่ (Q, C) มา plot กราฟใหม่ → ได้เส้น LTC
จาก Expansion Path → LTC
กด "ถัดไป →" เพื่อเริ่ม
? คำถามที่ 2
เส้น LTC บอกอะไรเรา?
✓ ต้นทุนต่ำสุด!
ทุกจุดบน LTC มาจากจุดดุลยภาพบน Expansion Path → ใช้ปัจจัยในสัดส่วนที่ดีที่สุดแล้ว
LTC จึงเป็น "ต้นทุนรวมต่ำสุด เมื่อผู้ผลิตปรับทุกอย่างได้ (ระยะยาว)"
ขั้นที่ 3
Expansion Path มีได้หลายแบบ
? คำถามที่ 3
ถ้า Expansion Path เป็นเส้นตรง หมายความว่าอะไร?
✓ สัดส่วนคงที่
เส้นตรง → สัดส่วน L/K คงที่เมื่อขยายการผลิต
โค้งเข้าใกล้แกน L → เทคนิค L-intensive (ใช้แรงงานเข้มข้น)
โค้งเข้าใกล้แกน K → เทคนิค K-intensive (ใช้ทุนเข้มข้น)
ขั้นที่ 4
ผลตอบแทนต่อขนาด (Returns to Scale)
ในระยะยาว ผู้ผลิตเปลี่ยนปัจจัย ทุกอย่าง ได้พร้อมกัน ถ้าเพิ่ม L และ K เป็น a เท่า ของเดิม ฟังก์ชั่นการผลิตใหม่คือ:
Q* = f(aL, aK) = b · Q
① b > a — Increasing Returns to Scale
ผลตอบแทนต่อขนาด เพิ่มขึ้น — เพิ่ม L,K 20% → ผลผลิตเพิ่ม 30% (มากกว่าสัดส่วน)
② b = a — Constant Returns to Scale
ผลตอบแทนต่อขนาด คงที่ — เพิ่ม L,K 20% → ผลผลิตเพิ่ม 20% พอดี
③ b < a — Decreasing Returns to Scale
ผลตอบแทนต่อขนาด ลดลง — เพิ่ม L,K 20% → ผลผลิตเพิ่มแค่ 10% (น้อยกว่าสัดส่วน)
📝 ตัวอย่าง: Q = 10·L²·K² ใช้ปัจจัย 2L และ 2K → Q* = 10·(2L)²·(2K)² = 16·(10·L²·K²) = 16Q นั่นคือ b = 16, a = 2 → b > a → Increasing Returns to Scale
สรุป
สิ่งที่ได้จาก 6.5
🎯 Expansion Path → LTC
① Expansion Path = เส้นเชื่อมจุดดุลยภาพเมื่อต้นทุนเปลี่ยน (ราคาปัจจัยคงที่)
② ทุกจุดบน Expansion Path: MPL/PL = MPK/PK → เป็น Isocline
③ จาก Expansion Path → หาคู่ (Q, C) → เขียนเส้น LTC
④ LTC แสดง ต้นทุนรวมต่ำสุดสำหรับทุกระดับผลผลิต
→ ไปต่อ
จาก LTC จะหา LAC (ต้นทุนเฉลี่ยระยะยาว) และ LMC (ต้นทุนเพิ่มระยะยาว) → LAC เป็น "เส้นห่อหุ้ม" ของ SAC ทุกขนาดโรงงาน