บทที่ 6 · หัวข้อ 6.4
จุดดุลยภาพผู้ผลิต
(Producer's Equilibrium)
Isoquant บอก "ผลิตได้เท่ากัน" · Isocost บอก "จ่ายเท่ากัน" → ซ้อนกัน หาจุดที่ดีที่สุด!
กรณีที่ 1
📈 ผลผลิตสูงสุด จากงบที่มี
ผู้ผลิตมีเงิน C บาท (งบจำกัด) อยากได้ผลผลิตมากที่สุด → ต้องหาจุดที่ Isoquant เส้นสูงสุด ที่ยังแตะ Isocost ได้
ผลผลิตสูงสุดจากต้นทุนที่กำหนด
จุด E = Isoquant สัมผัส Isocost → ผลผลิตสูงสุด (Q₂) จากงบที่มี · D,F ได้แค่ Q₁ · G ไม่มีเงินพอ
? คำถามที่ 1
ทำไมจุด D และ F ไม่ดีเท่าจุด E? (ทั้ง 3 จุดใช้เงินเท่ากัน)
✓ ต้นทุนเท่ากัน แต่ผลผลิตต่างกัน
ทั้ง D, E, F อยู่บนเส้น Isocost เดียวกัน → ใช้เงินเท่ากัน
แต่ E อยู่บน Q₂ ซึ่งสูงกว่า Q₁ → ได้ผลผลิตมากกว่า
ส่วน G บน Q₃ ดีกว่า E แต่ซื้อไม่ได้ (อยู่เลย Isocost ออกไป)
กรณีที่ 2
📉 ต้นทุนต่ำสุด จากผลผลิตที่ต้องการ
ผู้ผลิตต้องการผลิต Q หน่วย (กำหนดให้) อยากเสียเงินน้อยที่สุด → หา Isocost เส้นต่ำสุด ที่ยังแตะ Isoquant ได้
— ต้นทุนต่ำสุดจากผลผลิตที่กำหนด
จุด E = Isoquant สัมผัส Isocost C₂ → ต้นทุนต่ำสุด · D,F บน C₃ แพงกว่า · C₁ ถูกแต่ผลิตไม่ถึง Q
? คำถามที่ 2
กรณีที่ 1 กับกรณีที่ 2 ให้ "เงื่อนไขที่จุดดีที่สุด" เหมือนหรือต่างกัน?
✓ เงื่อนไขเดียวกัน!
ทั้ง 2 กรณีให้จุดดุลยภาพเดียวกัน คือ จุดสัมผัส ที่ Slope เท่ากัน:
ขั้นที่ 3
🔑 เงื่อนไขดุลยภาพ
ณ จุดสัมผัส Slope ของ 2 เส้นเท่ากัน จัดสมการใหม่:
💭 แปลเป็นภาษาคน: ถ้าจ่ายเงินบาทสุดท้ายซื้อคน กับจ่ายเงินบาทสุดท้ายเช่าเตา → ต้องได้ขนมเพิ่มเท่ากัน ถ้าไม่เท่า ก็ย้ายเงินไปซื้อตัวที่ "คุ้มกว่า"
? คำถามที่ 3
ถ้า MPL/PL = 5 แต่ MPK/PK = 3 ผู้ผลิตควรทำอะไร?
✓ ย้ายเงินไปซื้อ L!
MPL/PL = 5 > MPK/PK = 3 → จ่าย 1 บาทซื้อ L ได้ขนมเพิ่ม 5 ชิ้น แต่ซื้อ K ได้แค่ 3 ชิ้น
ดังนั้นย้ายเงินจาก K ไปซื้อ L → ผลผลิตเพิ่มขึ้น จนกว่า MPL/PL = MPK/PK
? คำถามที่ 4
ถ้า MPL = 20, PL = 10, MPK = 30, PK = 15 → ผู้ผลิตอยู่ที่จุดดุลยภาพหรือยัง?
✓ อยู่ที่ดุลยภาพแล้ว!
MPL/PL = 20/10 = 2
MPK/PK = 30/15 = 2
เท่ากัน! → เงิน 1 บาทสุดท้ายซื้อ L หรือ K ได้ผลผลิตเพิ่มเท่ากัน → ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไร
สรุป
สิ่งที่ได้จาก 6.4
🎯 จุดดุลยภาพผู้ผลิต (Producer's Equilibrium)
เงื่อนไข: Isoquant สัมผัส Isocost (Slope เท่ากัน)
สูตร 3 แบบ (ค่าเดียวกัน):
① MRTSL.K = PL/PK
② MPL/MPK = PL/PK
③ MPL/PL = MPK/PK (ผลผลิตเพิ่มต่อบาทเท่ากัน)
ใช้ได้ทั้ง 2 กรณี: ผลผลิตสูงสุดจากงบจำกัด / ต้นทุนต่ำสุดจากผลผลิตที่กำหนด
→ ไปต่อที่ 6.5
ถ้าผู้ผลิตมีเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จุดดุลยภาพจะเลื่อนไปตามเส้นที่เรียกว่า Expansion Path (เส้นแนวทางขยายการผลิต) แล้วจะเชื่อมโยงกับต้นทุนระยะยาว