ถ้าวัดความสุขออกมาเป็นตัวเลขได้ — เราจะรู้ทันทีว่าควรซื้ออะไรและเท่าไหร่
สมมติ "1 Utils" = ความสุขมาตรฐาน 1 หน่วย
🍕 กินพิซซ่าชิ้นแรกตอนหิวมาก → 10 Utils
🍕 ชิ้นที่ 2 → 8 Utils (ยังดีแต่น้อยลง)
🍕 ชิ้นที่ 6 → 0 Utils (อิ่มพอดี — จุดอิ่มตัว!)
🍕 ชิ้นที่ 7 → −2 Utils (กินแล้วแย่!)
1. ผู้บริโภคมีเหตุผล — แสวงหาความพอใจสูงสุด
2. วัดความพอใจออกมาเป็น Utils ได้
3. TU = ผลรวมของ MU ทุกหน่วย
4. ความพอใจจากสินค้าแต่ละชนิดเป็นอิสระต่อกัน
5. MU ลดน้อยถอยลง (Law of Diminishing MU)
6. ผู้บริโภคมีข้อมูลสมบูรณ์เกี่ยวกับราคาและความพอใจ
ความสุขรวม vs ความสุขจากหน่วยล่าสุด
MU แบบตาราง = ΔTU/ΔQ = TU(Q) − TU(Q−1) กรอกช่องว่าง:
| Q | TU | MU = ΔTU/ΔQ | สูตร 11−2Q ที่ Q | สังเกต |
|---|
ซื้อถึงหน่วยที่ MU = ราคา — จุดที่ "คุ้มค่าพอดี"
ความแตกต่างระหว่าง ราคาที่ยินดีจ่าย (≈ MU ต่อหน่วย) กับ ราคาจ่ายจริง
ตัวอย่าง: ผลที่ 1 (MU=130) แต่จ่ายแค่ P=50 → ได้ส่วนเกิน 80 utils
CS รวม = แถบสีเขียว (พื้นที่ใต้เส้น MU เหนือระดับราคา)
ทุกบาทสุดท้ายต้องให้ความพอใจเท่ากันทุกสินค้า
I = 29฿, PX=1, PY=2, PZ=3 — เลือก X, Y, Z ที่พอใจสูงสุด:
เมื่อรู้ฟังก์ชัน U = f(X,Y) — คำนวณดุลยภาพได้ทันที
โจทย์: U = 10X + 24Y − 0.5X² − 0.5Y², PX=2, PY=6, I=44 บาท
MU_X = ∂U/∂X = 10 − X | MU_Y = ∂U/∂Y = 24 − Y(10−X)/2 = (24−Y)/6 → คูณไขว้ → Y = 3X − 6 …(1)2X + 6(3X−6) = 44 → 20X = 80 → X*=4, Y*=6ลองเลื่อนดูว่าที่ค่าอื่นเงื่อนไขไม่สมดุลอย่างไร:
ทดสอบความเข้าใจ 5 ข้อ