บทที่ 5 หน้าหลัก
บทที่ 5.5 · ต้นทุนในสายตานักเศรษฐศาสตร์
Ajarn.Kwan @ เศรษฐศาสตร์ รามคำแหง
← กลับบทที่ 5

บทที่ 5.5: ต้นทุนในสายตานักเศรษฐศาสตร์

วันเสาร์บ่าย คุณอ่านหนังสือ 5 ชั่วโมง — นี่มันฟรีหรือแพง?

📖

"วันนี้ผมอ่านหนังสือสอบที่บ้าน ไม่ได้จ่ายค่าอะไรเลย"

ไม่ซื้อหนังสือใหม่ ไม่ไปคาเฟ่ ไม่ใช้รถ

ฟังดูฟรีใช่ไหม? ลองฟังว่านักเศรษฐศาสตร์พูดว่าไง:

🎓
นักเศรษฐศาสตร์

"มันไม่ฟรีนะ — เวลา 5 ชั่วโมงที่คุณใช้อ่านหนังสือ ถ้าไปทำงาน part-time ได้ชั่วโมงละ 100 บาท → คุณเสียโอกาสได้เงิน 500 บาท"

"หรือถ้าไปเที่ยวกับเพื่อน → คุณก็เสียความสุขของการเที่ยวไป"

ต้นทุนจริง ๆ ของการอ่านหนังสือ = สิ่งดี ๆ ที่คุณปล่อยไป

นี่คือวิธีคิดของนักเศรษฐศาสตร์ — "ต้นทุน" ไม่ได้แปลว่า "เงินที่จ่าย" เท่านั้น แต่หมายถึง "สิ่งดี ๆ ที่คุณต้องปล่อยไป" ด้วย

ใน section นี้จะเรียน

1️⃣ ค่าเสียโอกาส (OC) — แนวคิดพื้นฐาน
2️⃣ ต้นทุน 2 แบบ ที่มีผลจริง
3️⃣ กำไร 2 แบบ ที่คิดไม่เหมือนกัน

"ค่าเสียโอกาส" คืออะไร?

นิยาม

ค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost)

"สิ่งดีที่สุด" ที่คุณต้องปล่อยไป เมื่อเลือกทำอย่างอื่น

อธิบายง่าย ๆ: ทุกการเลือก = คุณเสียอะไรบางอย่างเสมอ — ลองดู 3 ตัวอย่างในชีวิตนักศึกษา:

วันเสาร์ มีเวลาว่าง 4 ชั่วโมง

คุณเลือก

ดูซีรีส์ 4 ชม.

ค่าเสียโอกาส

ทำงาน part-time

400 บาท

💰

มีเงิน 500 บาท

คุณเลือก

ซื้อเสื้อใหม่

ค่าเสียโอกาส

ตั๋วคอนเสิร์ต

500 บาท

🏢

ครอบครัวมีตึกให้ 1 หลัง

คุณเลือก

ใช้เปิดร้านเอง

ค่าเสียโอกาส

ปล่อยเช่าคนอื่น

20,000/เดือน

💡 สังเกต: OC ไม่ได้หมายถึง "เงินที่จ่ายออกจากกระเป๋า" — แต่คือ "เงิน/สิ่งดีที่คุณจะได้รับ แต่ไม่ได้รับ" เพราะคุณเลือกอีกอย่าง

🎯 ในทางเศรษฐศาสตร์ — แทบไม่มีเลยที่ "ไม่มีต้นทุน"

เพราะทุกการเลือก = ปล่อยอย่างอื่นเสมอ ถ้าไม่ปล่อยเงิน ก็ปล่อยเวลา หรือปล่อยโอกาส

นี่คือที่มาของคำว่า "There's no free lunch" (ไม่มีอาหารเที่ยงฟรี) — ถึงแม้ใครให้ข้าวฟรี คุณก็ต้องเสียเวลาในการกิน

เมื่อเอาแนวคิด OC มาใช้กับธุรกิจ — ต้นทุนจะมี 2 แบบ

ธุรกิจใช้ทรัพยากร 2 ประเภท ดังนี้:

💳

1. Explicit Cost — ต้นทุนที่จ่ายจริง

เงินที่ "ไหลออก" จากกระเป๋า มีใบเสร็จ มีหลักฐาน — ซื้อของจากคนอื่น จ้างคนอื่น

ตัวอย่างในร้านกาแฟ:

  • ค่าเมล็ดกาแฟ นม (ซื้อจากซัพพลายเออร์)
  • ค่าจ้างบาริสต้า (จ่ายคนอื่น)
  • ค่าเช่าตึก (จ่ายเจ้าของตึก)
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ
เงินออก
👻

2. Implicit Cost — ต้นทุนที่มองไม่เห็น

เกิดจากทรัพยากรที่เจ้าของเอาของตัวเองมาใช้ → ต้นทุนคือ "เงินที่น่าจะได้" ถ้าเอาของพวกนั้นไปทำอย่างอื่น (คือ OC!)

ตัวอย่าง:

  • เวลาของเจ้าของ → OC = เงินเดือนถ้าไปทำงานบริษัท
  • ตึกของเจ้าของ → OC = ค่าเช่าที่น่าจะได้
  • เงินลงทุนของเจ้าของ → OC = ดอกเบี้ยถ้าเอาไปฝากแบงก์
เงินที่พลาดได้
🔗 เชื่อมกับ OC: Implicit Cost = รวมค่าเสียโอกาสของทุกทรัพยากรที่เจ้าของใช้เอง
ถ้าไม่เอามาเปิดร้าน → ทรัพยากรพวกนั้นสร้างรายได้อื่นได้
กฎสำคัญ

👨‍💼 นักบัญชี นับเฉพาะ Explicit Cost
🎓 นักเศรษฐศาสตร์ นับทั้ง Explicit + Implicit

คุณน้อยบอก "ได้กำไร 50,000/เดือน" — จริงไหม?

👩‍💼

คุณน้อย

ลาออกจากงานบริษัท มาเปิดร้านกาแฟในตึกของตัวเอง

ก่อนหน้านี้ได้เงินเดือน 35,000 · ถ้าปล่อยตึกเช่า ได้ 20,000/เดือน

มาคำนวณกัน ทีละขั้น กดปุ่มเพื่อดูขั้นต่อไป:

งบกำไรของคุณน้อย (เดือนล่าสุด)
รายรับจากขายกาแฟ = ราคา × จำนวนแก้ว
+150,000

5 ข้อ เน้นความเข้าใจ ใช้เคสคุณน้อย